โรงกลั่นเอเชียลดกำลังการผลิตดีเซลและน้ำมันเครื่องบิน
สงครามอิหร่านส่งผลให้การนำเข้าน้ำมันดิบในเอเชียลดลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี จนต้องปรับลดกำลังการผลิตลงกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งกระทบต่อปริมาณน้ำมันดีเซลและน้ำมันเจ็ทในตลาดโลก
อุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันในภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ โดยคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตจะลดลงอย่างรุนแรงในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม เนื่องจากผลกระทบจากสงครามใน อิหร่าน ที่ส่งผลให้การนำเข้าน้ำมันดิบแตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี บีบให้โรงกลั่นต้องปรับเปลี่ยนไปใช้กลั่นน้ำมันเกรดเบาแทน ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานหายไปจากระบบอย่างน้อย 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ภูมิภาคเอเชียซึ่งมีสัดส่วนการผลิตน้ำมันกลั่นสูงถึง 37% ของโลก และปกติจะนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางถึง 2 ใน 3 กำลังได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่าการนำเข้าน้ำมันดิบมายังเอเชียในเดือนเมษายนมีแนวโน้มลดลง 22% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือเพียง 20.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2016 แม้ว่าโรงกลั่นบางแห่งจะพยายามหาแหล่งน้ำมันทดแทนจาก รัสเซีย หรือยอมจ่ายส่วนต่างราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์เพื่อซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่นก็ตาม











