Lucid เปิดตัวโรโบแท็กซี่และแผนรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด
Lucid เปิดตัวต้นแบบโรโบแท็กซี่และแผนรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดโดยตั้งเป้าสร้างกระแสเงินสดเป็นบวกปลายทศวรรษนี้ ท่ามกลางความกังวลเรื่องสภาพคล่องที่ฉุดหุ้นร่วง 8%
ลูซิด กรุ๊ป (Lucid Group, Inc.) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คาดการณ์ว่าจะเริ่มมีกระแสเงินสดเป็นบวกในช่วงปลายทศวรรษนี้ โดยบริษัทได้เปิดเผยแผนงานสำหรับรถยนต์ราคาประหยัดและเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ รวมถึงการเปิดตัวต้นแบบโรโบแท็กซี่ (Robotaxi) ขนาด 2 ที่นั่งที่ไม่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบ


ในงานวันนักลงทุนที่จัดขึ้น ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หรูรุ่น Air และ Gravity กำลังเร่งเปิดตัวแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกลางในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งตั้งเป้าว่าจะช่วยผลักดันยอดการส่งมอบรถยนต์ต่อปีให้สูงถึง 100,000 คันในระยะกลาง อย่างไรก็ตาม แผนการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นมิตรต่อรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในยุโรป ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทปิดตัวลดลงเกือบ 8% เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้บริษัทได้รายงานผลขาดทุนในไตรมาสที่สี่มากกว่าที่คาดการณ์ไว้

นักวิเคราะห์จาก RBC Capital Markets แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของบริษัท โดย Tom Narayan ระบุในบันทึกหลังจบงานว่า
เรามีความกังวลมากที่สุดเกี่ยวกับสถานการณ์สภาพคล่องของบริษัท และมีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะต้องหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้
เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ลูซิดได้ดำเนินการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถลดต้นทุนต่อหน่วยลงได้ 50% ถึง 60% ในระยะกลาง นอกจากนี้ยังคาดว่าสัดส่วนการใช้จ่ายด้านทุนต่อรายได้จะลดลงภายในปี 2028 แม้ว่าการพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติจะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่หากประสบความสำเร็จจะกลายเป็นแหล่งรายได้ที่มีอัตรากำไรสูงในอนาคต


ในส่วนของเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ ลูซิดได้ร่วมมือกับ อูเบอร์ เทคโนโลยีส์ (Uber Technologies, Inc.) และ Nuro สตาร์ทอัพในสหรัฐฯ เพื่อเตรียมเปิดตัวโรโบแท็กซี่เชิงพาณิชย์โดยใช้พื้นฐานจากรถรุ่น Gravity ภายในปีนี้ การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ลูซิดเข้าสู่การแข่งขันโดยตรงกับ เทสลา (Tesla, Inc.) ที่เพิ่งประกาศว่า Cybercab คันแรกได้ออกจากสายการผลิตที่โรงงานในเท็กซัสแล้ว และคาดว่าจะเริ่มการผลิตจำนวนมากในเดือนเมษายน
สำหรับรูปแบบการสร้างรายได้ ลูซิดกำหนดราคาค่าบริการรายเดือนสำหรับเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติไว้ที่ 69 ถึง 199 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับระดับความสามารถในการขับขี่ ซึ่งถือเป็นการแข่งขันด้านราคากับคู่แข่งอย่าง ริเวียน ออโตโมทีฟ (Rivian Automotive, Inc.) ที่คิดค่าบริการ 49.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือจ่ายครั้งเดียว 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เทสลาได้ปรับราคาแผนบริการ Full Self-Driving มาอยู่ที่ 99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนเมื่อเดือนที่ผ่านมา






