การระงับผลิตน้ำมันที่แหล่งเทงกิซในคาซัคสถานส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่ปะปนกัน
การหยุดผลิตน้ำมันที่แหล่งเทงกิซและโคโรเลฟในคาซัคสถานนาน 7 ถึง 10 วัน ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันดิบโลกและดันราคาตลาดให้สูงขึ้น ขณะที่อุปสงค์ในจีนยังคงแข็งแกร่ง
ประเด็นสำคัญ:
บริษัทเทงกิซเชฟรอยล์ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569 ว่าได้ระงับการผลิตน้ำมันชั่วคราวที่แหล่งน้ำมันเทงกิซและแหล่งน้ำมันโคโรเลฟในประเทศ คาซัคสถาน
KZเนื่องจากปัญหาระบบกระจายไฟฟ้าขัดข้อง โดยคาดการณ์ว่าการหยุดผลิตอาจยืดเยื้อไปอีก 7 ถึง 10 วัน ซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่อขนส่งแคสเปียนลดลงอย่างมาก ทั้งนี้แหล่งน้ำมันเทงกิซถือเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำมันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและดำเนินงานโดยกลุ่มบริษัทที่นำโดย เชฟรอน คอร์ปอเรชั่น การหยุดชะงักของอุปทานในครั้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทันที โดยราคา น้ำมันดิบเบรนท์ ปิดตลาดวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569 เพิ่มขึ้น 98 เซนต์ หรือร้อยละ 1.53 อยู่ที่ 64.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ น้ำมันดิบดับบลิวทีไอ สำหรับสัญญาเดือนกุมภาพันธ์ปรับเพิ่มขึ้น 90 เซนต์ หรือร้อยละ 1.51 มาอยู่ที่ 60.34 ดอลลาร์ และสัญญาเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 1.02 ดอลลาร์ หรือร้อยละ 1.72 อยู่ที่ 60.36 ดอลลาร์ นอกจากนี้การอ่อนค่าของ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาน้ำมันเนื่องจากทำให้การซื้อน้ำมันดิบมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น



