ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยืนยันนโยบายการเงินคงที่ แม้เผชิญแรงกดดันทางการเมือง
จอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางนิวยอร์ก ยืนยันการคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.5%-3.75% แม้มีแรงกดดันจากรัฐบาลทรัมป์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2026 จะเติบโตในอัตราที่ดีและเงินเฟ้อจะลดลงในครึ่งปีหลัง
ประเด็นสำคัญ:
จอห์น วิลเลียมส์ john williamsประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก ได้กล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2026 ที่สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในนิวยอร์ก โดยยืนยันว่าธนาคารกลางจะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.5%-3.75% และไม่มีแผนที่จะลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ วิลเลียมส์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปี 2026 จะเติบโตในอัตรา 2.5%-2.75% โดยมีอัตราการว่างงานที่คงที่และเงินเฟ้อจะสูงสุดที่ 2.75%-3% ในครึ่งปีแรกก่อนที่จะลดลงเหลือ 2.5% ต่อปี การประกาศนี้เป็นการยืนยันนโยบายการเงินครั้งแรกของปี 2026 และเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองจากรัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ donald trumpที่ต้องการให้ลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว รวมถึงการคุกคามทางกฎหมายที่อาจกระทบต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลาง เจอโรม พาวเวล jerome powellประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังได้เปิดเผยว่าธนาคารกลางได้รับหมายเรียกจากคณะลูกขุนใหญ่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ที่เกินงบประมาณ พาวเวลกล่าวว่าการดำเนินการทางกฎหมายเหล่านี้เป็นเพียง 'ข้ออ้าง' และตั้งคำถามว่าธนาคารกลางจะสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามข้อมูลหลักฐานได้หรือจะถูกชี้นำโดยแรงกดดันทางการเมือง วิลเลียมส์ยังได้เตือนว่าการโจมตีความเป็นอิสระของธนาคารกลางมักนำไปสู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ไม่พึงประสงค์ เช่น อัตราเงินเฟ้อที่สูง วิลเลียมส์ยังชื่นชมเจอโรม พาวเวลว่าเป็น 'บุคคลที่มีความซื่อสัตย์สูง' และระบุว่าตลาดยังไม่ได้ตอบสนองอย่างรุนแรงตามที่บางคนกังวล เนื่องจากยังขาดความชัดเจนเกี่ยวกับผลลัพธ์ทางการเมืองและกฎหมาย ในขณะที่ตลาดตราสารหนี้ยังคงมีการเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง โดยมีผลกระทบต่อกองทุน iShares 20+ Year Treasury Bond ETF , iShares 7-10 Year Treasury Bond ETF และ Financial Select Sector SPDR Fund ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แม้จะมีความไม่แน่นอนทางการเมืองและกฎหมายในปัจจุบัน









