รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ แนะ Fed รอดูสถานการณ์ก่อนลดดอกเบี้ย
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ แนะ Fed ควรรอดูสถานการณ์สงครามในอิหร่านก่อนลดดอกเบี้ย เขาระบุว่าเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งแม้ราคาพลังงานจะดันเงินเฟ้อพุ่งสูงในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
นาย Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยกับบรรณาธิการบริหารของ Semafor ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ควรใช้แนวทางรอดูสถานการณ์ก่อนที่จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางภาวะสงครามใน อิหร่าน ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้

Bessent ระบุว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ มีความแข็งแกร่งอย่างมากในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเห็นว่า Fed กำลังดำเนินนโยบายที่เหมาะสมในการเฝ้าสังเกตผลกระทบจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
"ผมจะรู้สึกประหลาดใจมาก หากธนาคารกลางยุโรปตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้"
นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตว่าหลายประเทศในยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร รวมถึงประเทศในเอเชีย กำลังใช้นโยบายอุดหนุนอุปสงค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ไม่ได้ดำเนินการ อย่างไรก็ตาม Bessent แสดงความเชื่อมั่นว่าการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าเมื่อเร็วๆ นี้จะไม่กลายเป็นปัจจัยที่ฝังรากลึกในความคาดหวังด้านเงินเฟ้อ
สถานการณ์สงครามส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคพลังงาน โดยราคา น้ำมันดิบเบรนท์ และ น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 30% ส่งผลให้ราคาขายปลีก น้ำมันเบนซิน ในสหรัฐฯ ทะลุระดับ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี ขณะที่ราคา น้ำมันดีเซล ก็พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน
ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากประชาชนเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจ
เมื่อถูกถามถึงผลกระทบระยะยาวของสงครามในอิหร่านต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ Bessent ให้ความเห็นทิ้งท้ายว่า
"ผมคิดว่าในอนาคตเราจะมองย้อนกลับมาและพบว่าช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็น 50 หรือ 100 วัน จะนำไปสู่ความมั่นคงที่ยาวนานถึง 50 ปี"










