นักลงทุนเชิงรุกมุ่งเป้าแคมเปญควบรวมกิจการในปี 2569 หลังตลาดขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง
กลุ่มนักลงทุนเชิงรุกปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นการบีบบังคับให้บริษัทขายหรือแยกกิจการมากขึ้นในปี 2569 โดยมีแรงหนุนจากความสำเร็จของดีลในปีก่อนหน้าและการขยายตัวของตลาดควบรวมกิจการทั่วโลกที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นสำคัญ:
ในปี 2569 กลุ่มนักลงทุนเชิงรุกกำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญโดยมุ่งเน้นไปที่การทำแคมเปญเพื่อผลักดันการควบรวมและซื้อขายกิจการหรือ M&A เพื่อกดดันให้บริษัทจดทะเบียนต้องขายกิจการหรือแยกตัวออกมา ข้อมูลระบุว่าร้อยละ 54 ของแคมเปญนักลงทุนเชิงรุกที่เริ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 มีข้อเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับ M&A ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับเพียงร้อยละ 35 ในช่วงครึ่งแรกของปีเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะตลาด M&A ที่คึกคักอย่างยิ่งโดยในปี 2568 มีการลงนามในข้อตกลงมูลค่ารวมสูงถึง 5.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นปีที่มียอดธุรกรรมสูงสุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์
ความสำเร็จทางการเงินจากการใช้กลยุทธ์ที่เน้นธุรกรรมเป็นตัวกระตุ้นในปี 2568 เป็นแรงจูงใจสำคัญ โดยกองทุน Anson Funds สามารถสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนได้ถึงร้อยละ 21.2 ขณะที่ข้อมูลจาก Hedge Fund Research ระบุว่านักลงทุนเชิงรุกโดยเฉลี่ยมีผลตอบแทนอยู่ที่ร้อยละ 13.4 ในช่วงปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะยังตามหลังดัชนี เอสแอนด์พี 500 หรือ S&P 500 Index ที่ปรับตัวขึ้นร้อยละ 17.9 เมื่อรวมเงินปันผลในปี 2568 แต่ผลกำไรจากกลยุทธ์ที่เน้นการทำดีลได้กลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการปรับทิศทางทางยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ของกลุ่มนักลงทุนเหล่านี้






