สหรัฐเสนอเก็บภาษีชิปนำเข้าจากเกาหลีใต้และไต้หวันร้อยละ 100 หากไม่มีการเพิ่มฐานการผลิตในอเมริกา
รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐเสนอภาษีร้อยละ 100 สำหรับชิปจากเกาหลีใต้และไต้หวันหากไม่เพิ่มฐานการผลิตในอเมริกา ด้านประธานาธิบดีเกาหลีใต้เตือนว่าจะกระทบราคาผู้บริโภค
ประเด็นสำคัญ:
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แห่ง สหรัฐฯ
USนาย ฮาวเวิร์ด ลุตนิค howard lutnickได้ประกาศข้อเสนออย่างเป็นทางการในการพิจารณาเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราร้อยละ 100 สำหรับการนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์จาก เกาหลีใต้
KRและ ไต้หวัน
TWโดยข้อเสนอนี้มีเงื่อนไขว่าประเทศดังกล่าวจะต้องให้คำมั่นสัญญาในการเพิ่มขีดความสามารถการผลิตชิปบนแผ่นดิน สหรัฐฯเพื่อแลกกับการยกเว้นภาษี ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความต้องการชิปทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยมีบริษัทชั้นนำอย่าง เอ็นวิเดีย คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้เล่นหลัก และส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการลงทุนในกองทุนรวมที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่าง ไอแชร์ส เซมิคอนดักเตอร์ อีทีเอฟ ด้านประธานาธิบดี อี แจ-มยอง lee jae myungแห่ง เกาหลีใต้ได้ออกมาแสดงทัศนะต่อข้อเสนอดังกล่าวโดยระบุว่าผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์จากเกาหลีใต้และ ไต้หวันครองส่วนแบ่งการตลาดรวมกันถึงร้อยละ 80 ถึง 90 ของตลาดโลก นาย อี แจ-มยองกล่าวเตือนว่าการเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราร้อยละ 100 ของ สหรัฐฯจะส่งผลให้ราคาสินค้าประเภทชิปใน สหรัฐฯปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้บริโภคชาวอเมริกันจะต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทรายใหญ่อย่าง ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ เอสเค ไฮนิกซ์ และ ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง คอมพานี ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของ เกาหลีใต้โดยในปี 2025 ยอดการส่งออกรวมของประเทศทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.094 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ที่ขยายตัวร้อยละ 22 จากความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ข้อมูลระบุว่าการส่งออกชิปไปยัง สหรัฐฯคิดเป็นร้อยละ 8 ของมูลค่าการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์รวม 1.734 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ จีน
CNยังคงเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุด ตามมาด้วย ไต้หวันและ เวียดนาม
VNโดยมี ญี่ปุ่น
JPเป็นพันธมิตรสำคัญ อย่างไรก็ตาม นาย อี แจ-มยองยืนยันว่าเกาหลีใต้มีมาตรการป้องกันภายใต้ข้อตกลงทางการค้ากับ สหรัฐฯเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ผลิตของตนจะไม่เสียเปรียบคู่แข่งรายอื่นในตลาดโลก





