การสอบสวนทางอาญาของทรัมป์ต่อเจอโรม พาวเวลล์คุกคามความเป็นอิสระของเฟด
การสอบสวนทางอาญาต่อเจอโรม พาวเวลล์โดยรัฐบาลทรัมป์ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดการเงินและคุกคามความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับการประณามจากอดีตประธานเฟดและส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง
ประเด็นสำคัญ:
รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ donald trumpได้เปิดการสอบสวนทางอาญาต่อเจอโรม พาวเวลล์ jerome powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการโจมตีทางการเมืองที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนต่อผู้นำของเฟด การสอบสวนครั้งนี้ถูกเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และได้รับการประณามจากอดีตประธานเฟดหลายคน การสอบสวนนี้ถูกมองว่าเป็นการคุกคามต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) ใช้อ้างอิงในอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ระดับ AA+\n\nเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ตลาดการเงินตอบสนองทันที ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเหลือ 98.92 ซึ่งเป็นวันที่แย่ที่สุดในรอบสามสัปดาห์ ส่วนค่าเงินยูโร แข็งค่าขึ้นถึง 0.5% ในช่วงก่อนหน้านี้และอยู่ที่ 1.1663 ดอลลาร์ในช่วงการซื้อขายในเอเชีย ขณะที่ปอนด์อังกฤษ ยังคงรักษาระดับการแข็งค่าที่ 1.3463 ดอลลาร์ ฟรังก์สวิส แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 0.7974 ดอลลาร์ และเงินเยนญี่ปุ่น อ่อนค่าลงไปถึงระดับต่ำสุดในรอบปีที่ 158.285 ดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี อยู่ที่ 4.1713% และอายุ 2 ปี อยู่ที่ 3.5323%\n\nความคาดหวังของตลาดต่อการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แม้ว่าการสอบสวนจะเป็นการยกระดับความกดดันทางการเมืองให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากมิตซูโฮ (Mizuho) มองว่าตลาดมองเหตุการณ์นี้เป็นเพียงภัยคุกคามที่อาจจางหายไป\n\nในส่วนของญี่ปุ่น
JPรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซัทสึกิ คาตายามะ satsuki katayamaได้แสดงความกังวลต่อสกอตต์ เบสเซนต์ scott bessentรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เกี่ยวกับการอ่อนค่าของเงินเยนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นและความเป็นไปได้ในการเลือกตั้งทั่วไปในอนาคตอันใกล้ของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ sanae takaichiของญี่ปุ่น\n\nการสอบสวนครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะมีผลกระทบต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดการเงินโลกอีกด้วย โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของตลาดเงินและทองคำ ที่นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงมากขึ้นในช่วงที่มีความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯ


