Saudi Aramco ลดการส่งออกน้ำมันไปเอเชียต่อเนื่องในเดือนเมษายน
Saudi Aramco ปรับลดการส่งมอบน้ำมันดิบให้เอเชียในเดือนเมษายนต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง หลังความขัดแย้งกระทบการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจนทำให้อุปทานตึงตัวอย่างมาก
Saudi Aramco Base Oil Company - Luberef ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ปรับลดการจัดส่งน้ำมันดิบให้กับผู้ซื้อในเอเชียเป็นเดือนที่สองติดต่อกันในเดือนเมษายนนี้ ตามรายงานจากแหล่งข่าวที่มีความใกล้ชิดกับสถานการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล ที่มีต่อ อิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

แหล่งข่าวระบุว่าผู้ผลิตจะจัดส่งเฉพาะน้ำมันดิบประเภท Arab Light ที่ส่งออกจากท่าเรือยันบูในทะเลแดงให้กับลูกค้าตามสัญญาในเดือนเมษายน ซึ่งการดำเนินการนี้จะทำให้ปริมาณน้ำมันดิบสำหรับโรงกลั่นในเอเชียยังคงอยู่ในสภาวะตึงตัว และส่งผลให้ผลผลิตน้ำมันสำเร็จรูปถูกจำกัดตามไปด้วย ทั้งนี้ทางบริษัทผู้ผลิตยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นใดๆ เพิ่มเติมในช่วงเวลานอกทำการ
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ Kpler เผยให้เห็นว่า ซาอุดีอาระเบีย มียอดส่งออกน้ำมันดิบเฉลี่ย 4.355 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งลดลงอย่างมากจากระดับ 7.108 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกุมภาพันธ์ โดยผู้ผลิตกำลังพยายามเพิ่มการส่งออกผ่านท่าเรือยันบูเพื่อชดเชยการหยุดชะงักที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งคาดว่าปริมาณการโหลดน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในเดือนมีนาคมนี้
ในส่วนของ จีน นั้น SINOPEC KANTONS HOLDINGS ซึ่งเป็นผู้กลั่นน้ำมันรายใหญ่ มีกำหนดที่จะรับน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียประมาณ 24 ล้านบาร์เรลจากท่าเรือยันบูในเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม การขนถ่ายน้ำมันที่ท่าเรือดังกล่าวเกิดการหยุดชะงักชั่วคราวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากมีโดรนตกลงที่โรงกลั่น SAMREF ของ Saudi Aramco










