Saks Global ยื่นล้มละลายหลังรวมห้างหรูท่ามกลางความท้าทายในสหรัฐ
Saks Global ยื่นล้มละลายหลังควบรวมห้างดังได้เพียงปีเดียว สะท้อนถึงการถดถอยของห้างสรรพสินค้าในสหรัฐฯ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดและนโยบายเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน
ประเด็นสำคัญ:
Saks Global ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทห้างสรรพสินค้าหรูระดับไฮเอนด์ได้ยื่นขอคุ้มครองจากการล้มละลายเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยถือเป็นหนึ่งในการล่มสลายครั้งใหญ่ที่สุดของภาคธุรกิจค้าปลีกนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 การยื่นล้มละลายครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งปีหลังจากที่มีการควบรวมกิจการระหว่าง Saks Fifth Avenue, Bergdorf Goodman และ Neiman Marcus ภายใต้โครงสร้างองค์กรที่มีภาระหนี้สินจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของการลดลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมห้างสรรพสินค้าของ สหรัฐอเมริกา
USอย่างรุนแรง\n\nห้างสรรพสินค้าในเครือ Saks เริ่มเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1867 และเคยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเหล่าบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง แกรี คูเปอร์ และ เกรซ เคลลี อย่างไรก็ตาม ยอดขายของห้างสรรพสินค้าใน สหรัฐอเมริกาลดลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการก้าวเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ตที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคไปอย่างสิ้นเชิง ความเปราะบางของภาคค้าปลีกยังถูกซ้ำเติมด้วยความไม่แน่นอนของนโยบายในประเทศและการแทรกแซงจากปัจจัยภายนอก\n\nในขณะที่ สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ donald trumpและรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ jd vanceข้อเสนอในการจำกัดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ร้อยละ 10 ได้ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นในกลุ่มสถาบันการเงินอย่างหนัก ซึ่งคนใกล้ชิดและที่ปรึกษาอย่าง มาร์โก รูบิโอ marco rubio, จาเร็ด คุชเนอร์ jared kushnerและ สตีฟ วิตคอฟฟ์ steve witkoffต่างจับตามองความเคลื่อนไหวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับนักเศรษฐศาสตร์และที่ปรึกษาอย่าง แอนนา พอลสัน anna paulsonและ สตีเฟน มิราน stephen miranที่ประเมินผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน\n\nความผันผวนนี้ยังสะท้อนผ่านดัชนีสำคัญอย่าง ดาวโจนส์ , เอสแอนด์พี 500 และ นาสแด็ก โดยเฉพาะใน กองทุน XLF ที่รวบรวมหุ้นกลุ่มการเงิน โดยหุ้นของ เจพีมอร์แกน เชส ร่วงลงมากกว่าร้อยละ 4 จากรายได้ค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจที่น่าผิดหวัง ขณะที่ธนาคารใหญ่อื่นๆ อย่าง ซิตี้กรุ๊ป , แบงก์ ออฟ อเมริกา และ เวลส์ ฟาร์โก มีกำหนดรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางการเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาทิ นีล คาชการี neel kashkari, ราฟาเอล บอสติก raphael bosticและ จอห์น วิลเลียมส์ john williamsภายใต้การนำของ เจอโรม พาวเวลล์ jerome powell\n\nนอกจากปัจจัยภายในแล้ว สถานการณ์ในต่างประเทศยังเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดโลก โดย อิหร่าน
IRได้ออกมาเตือนพันธมิตรของ สหรัฐอเมริกาในตะวันออกกลางว่าจะโจมตีฐานทัพหากมีการเปิดฉากโจมตีก่อน ขณะที่ รัสเซีย
RUภายใต้การนำของ วลาดิเมียร์ ปูติน vladimir putinยังคงมีบทบาทในความตึงเครียดระดับภูมิภาค ด้าน จีน
CNรายงานตัวเลขเกินดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 และประเทศอย่าง เดนมาร์ก
DKก็ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก ในฝั่งของเอเชีย ญี่ปุ่น
JPได้ส่งสัญญาณแทรกแซงค่าเงินหลัง ดอลลาร์สหรัฐต่อเยน แตะระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน\n\nท่ามกลางความไม่แน่นอนเหล่านี้ นักลงทุนได้หันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยทำให้ราคา ทองคำ พุ่งสูงขึ้นทำสถิติใหม่ และ เงิน ทะยานขึ้นสู่ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก ในขณะเดียวกันภาคเทคโนโลยียังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเมื่อ เมตา ประกาศซื้อกิจการ Manus สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ การล้มละลายของ Saks Global จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดสิ้นสุดของยุคสมัยห้างหรูเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน




