ทรัมป์เตรียมพิจารณามาตรการสกัดราคาน้ำมันพุ่งจากผลพวงสงคราม
ทรัมป์เตรียมพิจารณามาตรการคุมราคาน้ำมันหลังพุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยมีทางเลือกทั้งการระบายน้ำมันสำรองและการลดภาษีเพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่ง สหรัฐอเมริกา เตรียมพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ เพื่อควบคุมราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งที่ขยายตัวระหว่างสหรัฐฯ และ อิสราเอล กับ อิหร่าน โดยสถานการณ์ที่ราคา น้ำมันดิบเบรนท์ และน้ำมันประเภทอื่น ๆ ทะยานสูงขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นและสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง รวมถึงเป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีความกังวลอย่างมากต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น
มาตรการแรกที่อาจถูกนำมาใช้คือการระบายน้ำมันจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ซึ่งปัจจุบันมีน้ำมันอยู่กว่า 415 ล้านบาร์เรล แม้ว่าจะเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1980 หลังจากที่รัฐบาลชุดก่อนได้ระบายน้ำมันออกไปกว่า 200 ล้านบาร์เรลในช่วงที่ รัสเซีย บุกยูเครนในปี 2022 ทั้งนี้ ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ระบุว่าสมาชิก IEA มีน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวมกันกว่า 1.2 พันล้านบาร์เรล โดยเขาได้กล่าวต่อรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G7 ว่า










