Kia เพิ่มงบลงทุนร้อยละ 30 มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า
Kia ปรับเพิ่มงบลงทุนเป็น 41.4 ล้านล้านวอนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าและซอฟต์แวร์ พร้อมปรับลดเป้ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าลงร้อยละ 20 ในปี 2030 ส่งผลให้หุ้นบริษัทปรับตัวลดลง
เกีย คอร์ป ผู้ผลิตรถยนต์จากเกาหลีใต้ เปิดเผยแผนการเพิ่มงบประมาณการลงทุนในช่วง 4 ปีข้างหน้าขึ้นอีก 30% เพื่อเร่งการพัฒนาการใช้พลังงานไฟฟ้าในยานยนต์ ซอฟต์แวร์ และธุรกิจใหม่ๆ โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มเม็ดเงินลงทุนเป็น 41.4 ล้านล้านวอน (ประมาณ 2.79 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วงปี 2026 ถึง 2029 ตามข้อมูลจากการนำเสนอต่อนักลงทุนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าเกียได้ปรับลดเป้าหมายยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2030 ลงประมาณ 20% เหลือ 1 ล้านคัน ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการในตลาดที่ชะลอตัวลงและการยกเลิกมาตรการอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกา เมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลง 4.2% หลังจากที่ในช่วงเช้าเคยปรับตัวสูงขึ้นถึง 2.5%
ในด้านเทคโนโลยี เกียมีแผนจะเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Vehicles หรือ SDVs) ภายในสิ้นปี 2027 ซึ่งล่าช้ากว่ากำหนดการเดิมหนึ่งปี โดยทาง ฮุนได มอเตอร์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือได้ผลักดันเทคโนโลยี SDV เพื่อให้รถยนต์สามารถพัฒนาฟีเจอร์และฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่องคล้ายกับรถยนต์ของ เทสลา นอกจากนี้ เกียยังตั้งเป้าที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นที่ติดตั้งเทคโนโลยีการขับขี่กึ่งอัตโนมัติสำหรับทั้งบนทางหลวงและในเมืองในช่วงต้นปี 2029 ตามด้วยโมเดลรถแท็กซี่ไร้คนขับเต็มรูปแบบในปี 2030
เกียยังได้ร่วมกับฮุนไดในการประกาศแผนการใช้งานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น Atlas ที่พัฒนาโดย Boston Dynamics โดยจะเริ่มนำมาใช้ในโรงงานที่รัฐจอร์เจียตั้งแต่ปี 2029 ขณะที่ฮุนไดมีแผนจะใช้หุ่นยนต์ในโรงงานแห่งใหม่ที่เมืองซาวันนาห์ รัฐจอร์เจีย ตั้งแต่ปี 2028 และตั้งเป้าที่จะสร้างโรงงานที่มีกำลังการผลิตหุ่นยนต์ได้ถึง 30,000 ตัวต่อปีภายในช่วงเวลาดังกล่าว










