วอร์ชยืนยันไม่สัญญาทรัมป์ลดดอกเบี้ยพร้อมเสนอแผนปฏิรูป Fed

วอร์ชยันไม่ให้สัญญาลดดอกเบี้ยแก่ทรัมป์และจะรักษาความเป็นอิสระของ Fed พร้อมเสนอแผนปฏิรูปเพื่อคุมเงินเฟ้อ แม้การรับรองตำแหน่งอาจล่าช้าจากความขัดแย้งในวุฒิสภา

Xurve View
ประเด็นสำคัญ:

Kevin Warsh ยืนยันไม่เคยให้สัญญาลดดอกเบี้ยกับทรัมป์ พร้อมเดินหน้าปฏิรูป Fed ครั้งใหญ่ Kevin Warsh ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ยืนยันต่อวุฒิสภาว่าเขาไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาใดๆ กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยมุ่งเน้นที่จะรักษาความเป็นอิสระของสถาบันการเงินที่สำคัญที่สุดใน สหรัฐอเมริกา ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น ในการพิจารณาเพื่อรับรองตำแหน่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Warsh วัย 56 ปี ซึ่งเป็นนักกฎหมายและนักการเงินระบุว่า ในการพูดคุยกับทรัมป์เกี่ยวกับตำแหน่งนี้ ไม่มีการเรียกร้องให้เขาต้องผูกมัดตัวเองกับนโยบายการเงินใดๆ เป็นพิเศษ > "ประธานาธิบดีไม่เคยขอให้ผมให้คำมั่นสัญญาว่าจะลดอัตราดอกเบี้ย... เขาไม่ได้เรียกร้องสิ่งนั้น... ประธานาธิบดีไม่เคยขอให้ผมทำเช่นนั้น และผมก็จะไม่ทำเช่นกัน" แม้ว่าทรัมป์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ทรัมป์ มีเดีย แอนด์ เทคโนโลยี กรุ๊ป จะเคยแสดงความมั่นใจต่อสาธารณะว่าผู้ที่เขาเลือกจะช่วยปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง แต่ Warsh ยังคงยืนกรานในหลักการความเป็นอิสระของธนาคารกลาง อย่างไรก็ตาม กระบวนการรับรองตำแหน่งอาจล่าช้าออกไปเนื่องจากวุฒิสมาชิก Thom Tillis จากพรรครีพับลิกันประกาศว่าจะขัดขวางการลงมติ จนกว่ารัฐบาลจะยุติการสอบสวนทางอาญาต่อ Jerome Powell ประธาน Fed คนปัจจุบัน ซึ่งอาจส่งผลให้ Powell ต้องอยู่ในตำแหน่งต่อไปแม้จะหมดวาระในเดือนพฤษภาคมนี้ Warsh ได้นำเสนอแผนการปฏิรูปธนาคารกลางอย่างจริงจัง โดยวิพากษ์วิจารณ์การจัดการปัญหาเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมาว่ามีความผิดพลาด และเสนอให้มีการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่ทันสมัยมากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางที่เขามองว่ามีการให้ความเห็นต่อสาธารณะมากเกินไปจนไม่เป็นผลดี > "สิ่งที่ธนาคารกลางต้องการคือการปฏิรูปกรอบการทำงานและการสื่อสาร" นอกจากนี้ เขายังให้ความเห็นเกี่ยวกับปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อ โดยระบุว่าแม้ราคาพลังงานโลกอย่าง น้ำมันดิบเบรนท์ และ น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่เขาไม่เชื่อว่านโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นมุมมองที่ขัดแย้งกับนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ใน Fed > "ความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายการเงินเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง" > "เงินเฟ้อคือทางเลือก และธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งนั้น" > "อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำคือเกราะป้องกันของธนาคารกลางสหรัฐฯ" Warsh ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับความพยายามของรัฐบาลในการกดดันเจ้าหน้าที่ Fed คนอื่นๆ หรือประเด็นทางการเมืองที่ละเอียดอ่อน แต่เขาย้ำว่าเป้าหมายหลักของเขาคือการสร้างเสถียรภาพด้านราคาโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ และมองว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพและอาจเอื้อต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว