อินโดนีเซียใช้กำลังทหารบุกยึดเหมืองและไร่ปาล์มผิดกฎหมายส่งผลกระทบทั่วโลก
ทางการอินโดนีเซียเริ่มมาตรการขั้นเด็ดขาดในการเข้ายึดพื้นที่เหมืองแร่และสวนปาล์มน้ำมันผิดกฎหมายรวมพื้นที่หลายล้านเฮกตาร์ ซึ่งเหตุการณ์นี้กำลังส่งผลให้ราคาวัตถุดิบสำคัญในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นสำคัญ:
รัฐบาลอินโดนีเซีย
IDโดยกองกำลังเฉพาะกิจด้านป่าไม้ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ได้เริ่มดำเนินการกวาดล้างการทำเหมืองและพื้นที่ปลูกน้ำมันปาล์ม ผิดกฎหมายในเขตป่าไม้อย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 นายเราะห์มัต มาร์ซูกิ rohmat marzukiรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงป่าไม้ แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภาว่าทางการอาจเข้ายึดกิจการเหมืองแร่ในพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาตรวมพื้นที่กว่า 190,000 เฮกตาร์ โดยปัจจุบันกองกำลังเฉพาะกิจสามารถเข้าควบคุมพื้นที่เหมืองแร่ไปแล้ว 8,769 เฮกตาร์
การปราบปรามครั้งใหญ่ครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่ถูกยึดไปแล้วกว่า 4.1 ล้านเฮกตาร์ หรือคิดเป็นขนาดพื้นที่ที่ใหญ่ใกล้เคียงกับประเทศเนเธอร์แลนด์ ขณะที่ในส่วนของเหมืองแร่นั้น นายเราะห์มัต มาร์ซูกิระบุว่ามีพื้นที่เหมืองแร่ราว 191,790 เฮกตาร์ที่ไม่มีใบอนุญาตการใช้พื้นที่ป่าไม้และจัดว่าเป็นพื้นที่ผิดกฎหมาย โดยกองกำลังเฉพาะกิจที่มีทหารหนุนหลังได้เข้าควบคุมพื้นที่ 8,800 เฮกตาร์ซึ่งเป็นแหล่งขุดเจาะ นิกเกิล ถ่านหิน ทรายควอตซ์ และหินปูน นอกจากนี้ อัยการสูงสุดของอินโดนีเซียยังได้ประเมินค่าปรับที่อาจเกิดขึ้นเป็นเงิน 109.6 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 6,470 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับบริษัทปาล์มน้ำมัน และ 32.63 ล้านล้านรูเปียห์สำหรับบริษัทเหมืองแร่






