อินเดียบังคับใช้ชิ้นส่วนโซลาร์ผลิตในประเทศปี 2571
อินเดียเตรียมบังคับใช้แท่งซิลิคอนและแผ่นเวเฟอร์โซลาร์ที่ผลิตในประเทศตั้งแต่ปี 2571 เพื่อลดการนำเข้าจากจีนและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาดของตนเอง
รัฐบาลอินเดีย ประกาศแผนบังคับใช้มาตรการใหม่ที่กำหนดให้โครงการพลังงานสะอาดภายในประเทศต้องใช้แท่งซิลิคอน (Ingots) และเวเฟอร์ (Wafers) ที่ผลิตภายในประเทศเท่านั้น โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2028 เป็นต้นไป ความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากประเทศจีน และส่งเสริมความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ของตนเอง

ปัจจุบันอินเดียมีกำลังการผลิตแท่งซิลิคอนและเวเฟอร์อยู่ที่ประมาณ 2 กิกะวัตต์ (GW) ซึ่งยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทชั้นนำอย่าง Waaree Energies, Tata Power และ Indosol Solar ได้เสนอแผนการลงทุนมูลค่าหลายพันล้านรูปีเพื่อขยายขีดความสามารถในการผลิตพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายของรัฐบาลในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานที่ไม่ใช่ฟอสซิลให้ถึง 500 กิกะวัตต์ ภายในปี 2030
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอินเดียได้กำหนดให้โครงการของรัฐต้องใช้แผงโซลาร์เซลล์ที่ประกอบขึ้นภายในประเทศ แม้ว่าส่วนประกอบสำคัญอย่างเซลล์ เวเฟอร์ และโพลีซิลิคอนจะยังสามารถนำเข้าได้ก็ตาม อย่างไรก็ตาม ภายใต้กฎระเบียบใหม่ อินเดียยังได้กำหนดให้มีการใช้เซลล์แสงอาทิตย์ที่ผลิตในประเทศเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2026 เป็นต้นไป เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศที่ปัจจุบันอินเดียต้องพึ่งพาจีนเกือบทั้งหมด
ในขณะที่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทด้านเทคโนโลยีพลังงานอย่าง เน็ต เพาเวอร์ อิงค์ (NET Power Inc.) และ เอฟทีซี โซลาร์ อิงค์ (FTC Solar, Inc.) ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศพลังงานยั่งยืนที่กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในการสร้างความได้เปรียบด้านการผลิตและการลดต้นทุนในห่วงโซ่อุปทานระดับนานาชาติ











