ตลาดหุ้นโลกและดัชนี Nasdaq พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพฤหัสบดี ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดทางการทูตระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีทรัมป์ ณ กรุงปักกิ่ง แม้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะหนุนตลาด แต่ค่าเงินปอนด์กลับร่วงลงอย่างหนักหลังรัฐมนตรีระดับสูงของสหราชอาณาจักรลาออก
ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพฤหัสบดี เนื่องจากความคาดหวังต่อการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญใน จีน และการทะยานขึ้นของกลุ่มเทคโนโลยีมีน้ำหนักเหนือกว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ดัชนีหลักอย่าง Nasdaq และ S&P 500 ต่างพุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ในระหว่างช่วงการซื้อขาย โดยนักลงทุนให้ความสำคัญกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนและการเติบโตของ AI มากกว่าต้นทุนการกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มสูงขึ้นใน สหรัฐอเมริกา
### ตลาดขาขึ้นกระจุกตัวบดบังภาพรวมสถิติโลก แม้ว่า S&P 500 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่การนำตลาดส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI เพียงไม่กี่แห่ง ผลวิเคราะห์จาก FTSE Russell แสดงให้เห็นว่าหุ้นเพียง 13 ตัว สร้างผลตอบแทนเกือบ 50% ของดัชนี FTSE All-World ในเดือนเมษายน Adam Turnquist นักวิเคราะห์จาก LPL Financial ตั้งข้อสังเกตว่า มีหุ้นใน S&P 500 เพียง 53% ที่ซื้อขายเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 77% ที่มักพบเห็นในช่วงที่ตลาดทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างมาก นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะยาวก็เผชิญกับแรงกดดัน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีพุ่งสูงขึ้นเหนือระดับ 5% ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมของกระทรวงการคลังและโครงสร้างการครบกำหนดชำระหนี้









