รัฐบาลเยอรมนีบรรลุข้อตกลงยกเลิกกฎหมายควบคุมระบบทำความร้อนพร้อมเปิดทางให้ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้ต่อ
พรรคร่วมรัฐบาลเยอรมนีเห็นชอบยกเลิกกฎหมายทำความร้อนฉบับเก่า โดยจะอนุญาตให้ใช้ระบบน้ำมันและก๊าซได้ต่อแต่ต้องเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงสะอาด ทั้งนี้เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สำเร็จในปี 2045
พรรคร่วมรัฐบาลของประเทศเยอรมนี
DE บรรลุข้อตกลงในการยกเลิกส่วนสำคัญของกฎหมายการทำความร้อนปี 2023 หรือ 2023 heating law ซึ่งจะส่งผลให้เจ้าของบ้านสามารถติดตั้งระบบทำความร้อนที่ใช้น้ำมันและก๊าซต่อไปได้ การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการยกเลิกข้อกำหนดเดิมที่ระบุว่าระบบทำความร้อนใหม่ส่วนใหญ่ต้องใช้พลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนอย่างน้อย 65% โดยจะเปลี่ยนมาเป็นการกำหนดสัดส่วนขั้นต่ำของเชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแบบแบ่งเป็นระยะแทน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงต่อภาระผูกพันตามกฎระเบียบด้านการปล่อยมลพิษจากอาคารในระดับประเทศ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการบรรลุข้อตกลงร่วมกันของรัฐบาลและการโต้เถียงภายในพรรคร่วมรัฐบาลที่ดำเนินมานานหลายสัปดาห์ โดยมีพรรคการเมืองหลักที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย พรรคโซเชียลเดโมแครต (SPD) พรรคกรีน (Greens) และพรรค FDP รวมถึงกลุ่มอนุรักษนิยมของนายฟรีดริช แมร์ซ (Friedrich Merz) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในบริบททางการเมืองครั้งนี้ นอกจากนี้ นายโรเบิร์ต ฮาเบค (Robert Habeck) ยังเป็นบุคคลสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกำหนดทิศทางนโยบายดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคส่วนอาคารที่พักอาศัย เนื่องจากมีการประมาณการว่าในปัจจุบันอาคารที่พักอาศัยเกือบ 80% ยังคงต้องพึ่งพาระบบทำความร้อนด้วยน้ำมันหรือก๊าซ









