ECB ปรับลดสัดส่วนดอลลาร์ในเงินสำรองและเพิ่มการถือครองเงินเยน
ECB ปรับลดสัดส่วนดอลลาร์ในเงินสำรองเหลือร้อยละ 78 พร้อมเพิ่มการถือครองเงินเยนเพื่อปรับสมดุลพอร์ต แม้ปี 2568 จะขาดทุน 1.3 พันล้านยูโรแต่คาดว่าจะกลับมาทำกำไรได้ในเร็วๆ นี้
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยรายงานบัญชีการเงินประจำปีโดยระบุว่าได้ดำเนินการขายสินทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐบางส่วนในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพื่อลดสัดส่วนของดอลลาร์ในเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนตามปกติของธนาคาร การเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของคู่เงิน EUR/USD ในตลาดการเงินโลก โดย ECB ยืนยันว่าการดำเนินการนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดความผันผวนในตลาดจากการประกาศมาตรการภาษีของ สหรัฐอเมริกา ในช่วงเดือนเมษายนปีที่แล้ว

ในการทำธุรกรรมช่วงไตรมาสแรกของปี 2025 ECB สามารถสร้างกำไรได้ 909 ล้านยูโร หรือประมาณ 1.07 พันล้านดอลลาร์ และได้นำรายได้ทั้งหมดไปลงทุนในสินทรัพย์สกุลเงินเยนของประเทศ ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการปรับพอร์ตที่ส่งผลต่อคู่เงิน USD/JPY ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย
"ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2025 ECB ได้ขายส่วนแบ่งเล็กน้อยของการถือครองดอลลาร์สหรัฐ และนำรายได้ทั้งหมดไปลงทุนใหม่ในเงินเยนญี่ปุ่น"
ข้อมูลจาก ECB แสดงให้เห็นว่าการถือครองดอลลาร์ลดลงสู่ระดับ 5.09 หมื่นล้านดอลลาร์ จากเดิม 5.19 หมื่นล้านดอลลาร์ ในขณะที่การถือครองเงินเยนเพิ่มขึ้นเป็น 2.1 ล้านล้านเยน จากเดิม 1.5 ล้านล้านเยน เมื่อคำนวณเป็นสกุลเงินยูโรพบว่าน้ำหนักของดอลลาร์ในสินทรัพย์เงินตราต่างประเทศของ ECB ลดลงเหลือ 78% จาก 83% ในปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนเงินสดในทุนสำรอง
สำหรับผลประกอบการโดยรวมในปี 2025 ECB รายงานผลขาดทุนสุทธิ 1.3 พันล้านยูโร ซึ่งปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับการขาดทุน 7.9 พันล้านยูโรในปีก่อนหน้า โดยธนาคารคาดการณ์ว่าจะสามารถกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งในปีนี้หรือปีหน้า สาเหตุหลักของการขาดทุนต่อเนื่องมาจากภาระดอกเบี้ยที่ธนาคารต้องจ่ายให้กับสภาพคล่องส่วนเกินในระบบการเงิน ซึ่งเป็นผลพวงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (QE) ที่ดำเนินมานานเกือบทศวรรษก่อนและระหว่างช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
แม้ว่าธนาคารจะเริ่มมีแนวโน้มกลับมาทำกำไร แต่การชดเชยผลขาดทุนสะสมและการสร้างเงินสำรองใหม่น่าจะใช้เวลาอีกหลายปี และอาจล่วงเลยไปถึงทศวรรษหน้าก่อนที่ธนาคารจะสามารถจ่ายเงินปันผลได้อีกครั้ง ทั้งนี้ ธนาคารกลางของประเทศสมาชิกในยูโรโซนอย่าง เนเธอร์แลนด์ และ เบลเยียม ต่างก็เผชิญกับภาวะขาดทุนทางการเงินในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ECB เน้นย้ำว่าธนาคารกลางสามารถดำเนินงานภายใต้สภาวะขาดทุนได้ เนื่องจากเป้าหมายหลักคือการดำเนินนโยบายการเงินและการรักษาเสถียรภาพของราคา ไม่ใช่การแสวงหากำไรสูงสุดเหมือนธนาคารพาณิชย์






