จีนลดการปล่อยกู้ส่งผลให้ประเทศกำลังพัฒนาเผชิญภาวะหนี้ไหลออกมากกว่าเงินรับใหม่
การลดเงินกู้ของจีนทำให้ประเทศกำลังพัฒนาจ่ายคืนหนี้มากกว่าเงินรับใหม่ ส่งผลให้ต้องพึ่งสถาบันพหุภาคีมากขึ้นและเผชิญความเสี่ยงทางการเงินที่รุนแรงในอนาคต
ประเด็นสำคัญ:
รายงานจากกลุ่ม ONE Data เปิดเผยว่าการปล่อยกู้รายใหม่จาก สาธารณรัฐประชาชนจีน
CNให้แก่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ภาระการชำระคืนหนี้กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้หลายประเทศต้องเผชิญกับสภาวะที่มีเงินทุนไหลออกสุทธิเพื่อชำระหนี้มากกว่าจำนวนเงินกู้ใหม่ที่ได้รับจาก จีนซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากบทบาทเดิมที่ จีนเคยเป็นแหล่งเงินทุนหลักในการพัฒนาโครงการพื้นฐานระดับโลกตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางการเงินนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภูมิภาคแอฟริกา โดยพบว่าในช่วงปี 2563 ถึง 2567 ทวีปแอฟริกามีเม็ดเงินไหลออกสุทธิเป็นจำนวนสูงถึง 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ความผันผวนนี้ยังสะท้อนผ่านดัชนีทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับตลาดเกิดใหม่ เช่น iShares J.P. Morgan USD Emerging Markets Bond ETF และ iShares MSCI Emerging Markets ETF ซึ่งนักลงทุนใช้ติดตามความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ในขณะที่สถาบันพหุภาคีได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการเป็นแหล่งทุนหลัก โดยมีการขยายวงเงินสินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 124 ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเพื่อพยายามเติมเต็มช่องว่างทางการเงินที่เกิดขึ้น









