จีนเตรียมผ่อนปรนเกณฑ์ถือหุ้นธนาคารพาณิชย์เพื่อเพิ่มทุน
จีนเตรียมผ่อนปรนเกณฑ์การถือหุ้นธนาคารพาณิชย์เพื่อเปิดทางให้นักลงทุนรายใหญ่ช่วยเพิ่มทุนเสริมสภาพคล่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและวิกฤตอสังหาริมทรัพย์
ประเทศจีน กำลังพิจารณาผ่อนปรนข้อจำกัดการถือหุ้นสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ในธนาคารพาณิชย์บางแห่ง เพื่อขยายโอกาสในการระดมทุนให้กับสถาบันการเงินที่กำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินแห่งชาติของจีน หรือ National Financial Regulatory Administration (NFRA) ได้หารือกับตัวแทนธนาคารเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งปัจจุบันกำหนดให้นักลงทุนรายเดียวสามารถถือหุ้นตั้งแต่ 5% ขึ้นไปในธนาคารพาณิชย์ได้ไม่เกิน 2 แห่ง หรือมีอำนาจควบคุมในธนาคารได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
ภายใต้ข้อเสนอใหม่นี้ ผู้ถือหุ้นบางรายอาจได้รับอนุญาตให้เป็นนักลงทุนรายใหญ่ในธนาคารเพิ่มเติมได้อีก 1 ถึง 2 แห่ง โดยการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นจะต้องผ่านการอนุมัติจาก NFRA ซึ่งจะพิจารณาคุณสมบัติของผู้ถือหุ้นและความจำเป็นเร่งด่วนในการระดมทุนของธนาคารเป็นรายกรณี
แผนการผ่อนปรนกฎระเบียบในภาคธนาคารที่มีมูลค่ากว่า 70 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ มีขึ้นในช่วงที่งบดุลและคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารได้รับผลกระทบจากวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาดโลกยังเป็นปัจจัยกระตุ้นให้รัฐบาลปักกิ่งต้องเร่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับธนาคารในประเทศเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์
การปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งนี้ถือเป็นการถอยหลังกลับจากความพยายามในช่วงเกือบทศวรรษที่ผ่านมาในการควบคุมอิทธิพลของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หลังจากเกิดกรณีการล้มละลายของ Anbang Group และ Baoshang Bank ซึ่งในอดีตธนาคารกลางระบุว่าเกิดจากการที่กลุ่ม Tomorrow Holdings เข้าไปแทรกแซงและใช้เงินทุนของธนาคารอย่างไม่ถูกต้อง
ในปัจจุบัน ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ของจีนถูกควบคุมโดยกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติและบริษัทการลงทุนของรัฐบาลท้องถิ่น ขณะที่บริษัทประกันภัยและผู้จัดการสินทรัพย์ก็เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สำคัญ การผ่อนปรนกฎระเบียบอาจช่วยเปิดทางให้บริษัทประกันภัยรายใหญ่ของรัฐสามารถเพิ่มการลงทุนในธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็กระดับเมืองได้มากขึ้น หลังจากที่หลายแห่งเริ่มถือหุ้นจนชนเพดาน 5% ในธนาคารสองแห่งแล้ว
แม้ธนาคารรายใหญ่ของรัฐจะมีระดับเงินกองทุนตามเกณฑ์มาตรฐาน แต่ยังคงมีความจำเป็นต้องระดมทุนเพิ่มเพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อในกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าการปล่อยกู้ให้บริษัทกลุ่มนี้อาจมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์เนื่องจากขาดหลักประกันที่ชัดเจน
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ประกาศแผนอัดฉีดเงินทุนมูลค่า 3 แสนล้านหยวน (ประมาณ 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เข้าสู่ธนาคารของรัฐ เพื่อป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานการทำงานของรัฐบาลที่ระบุว่าจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการเติมเงินทุนผ่านช่องทางที่หลากหลาย








