เศรษฐกิจจีนไตรมาสสี่ปี 2568 มีแนวโน้มชะลอตัวสู่ระดับสี่จุดสี่เปอร์เซ็นต์ซึ่งต่ำสุดในรอบสามปี
ผลสำรวจรอยเตอร์คาดจีดีพีจีนไตรมาส 4 ปี 2568 ขยายตัว 4.4% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 3 ปี ท่ามกลางอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอและปัญหาเงินฝืดแม้ภาคการส่งออกจะยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นสำคัญ:
ผลสำรวจล่าสุดจากสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศจีน
CNในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 มีแนวโน้มชะลอตัวลงเหลือ 4.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งนับเป็นระดับการเติบโตที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปีนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2565 โดยตัวเลขดังกล่าวนับว่าปรับตัวลดลงจากระดับ 4.8% ในไตรมาสที่ 3 ขณะที่การเติบโตเมื่อเทียบรายไตรมาสคาดว่าจะอยู่ที่ 1.0% ลดลงจากระดับ 1.1% ในไตรมาสก่อนหน้า การชะลอตัวในครั้งนี้สะท้อนถึงภาวะความไม่สมดุลเชิงโครงสร้างที่ทวีความรุนแรงขึ้น ท่ามกลางอุปสงค์ภายในประเทศที่ซบเซาลงแม้ว่าตัวเลขการส่งออกจะยังคงแสดงความแข็งแกร่งและมีส่วนช่วยพยุงสถานะทางเศรษฐกิจโดยรวมไว้ได้บางส่วนก็ตาม
สำหรับการเติบโตตลอดทั้งปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวที่ระดับ 4.9% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายอย่างเป็นทางการของรัฐบาลที่วางไว้ประมาณ 5% หลังจากที่ในปี 2567 เศรษฐกิจมีการเติบโตที่ระดับ 5.0% อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่เป็นตัวเงินหรือ Nominal GDP ในปี 2568 พบว่าขยายตัวเพียงประมาณ 4.0% ซึ่งถือเป็นอัตราที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ปี 2519 หากไม่รวมช่วงการระบาดใหญ่ในปี 2563 โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากการที่ดัชนีราคาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP deflator ยังคงติดลบต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งแสดงถึงภาวะอุปทานส่วนเกินและอุปสงค์ที่อ่อนแรงอย่างมีนัยสำคัญที่จีนกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน






