ตลาดหุ้นเอเชียทำสถิติสูงสุดใหม่จากความคาดหวังนโยบายการคลังของญี่ปุ่น
ตลาดหุ้นเอเชียทำสถิติสูงสุดใหม่ในวันที่ 14 มกราคม 2026 โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นญี่ปุ่นที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบายการคลังที่อาจเกิดขึ้นจากการเลือกตั้งทั่วไปที่อาจเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่โลหะมีค่าก็พุ่งสูงขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของค่าเงิน
ประเด็นสำคัญ:
ตลาดหุ้นเอเชียทำสถิติสูงสุดใหม่ในวันที่ 14 มกราคม 2026 โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นญี่ปุ่นที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบายการคลังที่อาจเกิดขึ้นจากการเลือกตั้งทั่วไปที่อาจเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่น ซึ่งระบุว่า นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิชิ sanae takaichiกำลังพิจารณาเรียกการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรอย่างรวดเร็ว ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ดัชนี Nikkei 225 เพิ่มขึ้นกว่า 1% สู่ระดับสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์ ขณะที่ค่าเงินเยนญี่ปุ่น อ่อนค่าลงสู่ 159.29 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าที่สุดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 นอกจากนี้ โลหะมีค่า เช่น ทองคำ และเงิน ยังพุ่งขึ้นสูงสุดใหม่ โดยทองคำเพิ่มขึ้นกว่า 1% สู่ระดับ 4,639.42 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเงินเพิ่มขึ้นเกือบ 5% สู่ระดับกว่า 90 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก ตลาดหุ้นจีน ได้รับผลกระทบจากการที่ตลาดหลักทรัพย์จีนเข้มงวดมาตรการการให้กู้เพื่อซื้อหุ้น ซึ่งทำให้หุ้นบลูชิปของจีนลดลง 0.15% หลังจากที่ทำสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปีในวันอังคาร ขณะที่จีนรายงานว่ามียอดเกินดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์เกือบ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 ดัชนี MSCI เอเชียแปซิฟิก ก็เพิ่มขึ้น 0.5% สู่ระดับสูงสุดใหม่ ขณะที่ความไม่แน่นอนทางนโยบายของสหรัฐอเมริกา
USรวมถึงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ และข้อมูลเงินเฟ้อที่แสดงแรงกดดันเงินเฟ้อพื้นฐานปานกลาง ส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาดสินทรัพย์ทั่วโลก ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจจัดสรรสินทรัพย์ของนักลงทุนทั่วโลก ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอิหร่าน
IRซึ่งอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ donald trumpได้กระตุ้นให้ชาวอิหร่านประท้วงและกล่าวว่าความช่วยเหลือกำลังจะมาถึง ทำให้เกิดความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่อิหร่านกล่าวหาว่าทรัมป์พยายามสร้างความไม่มั่นคงทางการเมืองและปลุกระดมให้เกิดความรุนแรง ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางทั่วโลกได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อสนับสนุนเจอโรม พาวเวลล์ jerome powell ซึ่งถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ขู่ฟ้องร้องในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับโครงการปรับปรุงอาคาร ซึ่งพาวเวลล์และอดีตผู้บริหารธนาคารกลางได้ออกมาประณามเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างรุนแรง


